มาตรฐานสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว

ถิ่นกำเนิด : ประเทศไทย
การประใช้ประโยชน์ : เลี้ยงเป็นเพื่อน
การจัดกลุ่มของ เค ซี ที : กลุ่ม 5 สปิทซ์ และพันธุ์พื้นเมือง
ส่วน 5 เอเชี่ยนสปิทซ์ และเครือญาติ ยกเว้นการทดสอบใช้งาน

ประวัติโดยย่อ
เป็นสุนัขไทยพันธุ์หนึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านบางแก้วตำบลท่านางงามอำเภอบางระกำ จังหวัด พิษ
ณุโลก ประเทศไทยที่มาของสายพันธุ์นั้นเกิดจากความบังเอิญที่สุนัขเพศเมียสีขาวดำของท่านเจ้าอาวาสวัดบางแก้วได้ไปผสมพันธุ์กับสุนัขป่า และได้ให้กำเนิดลูกสุนัขครอกหนึ่งซึ่งถือเป็นต้นตระกูลของสุนัขพันธุ์บางแก้วในปัจจุบัน ปี พ.ศ.2500ได้มีการร่วมกันพัฒนาและกำหนดมาตรฐานแห่งสายพันธุ์ขึ้น เพื่อจะให้มีลักษณะประจำพันธุ์เป็นเอกลักษณ์ที่แน่นอน อันเป็นที่มาแห่งสายพันธุ์บริสุทธิ์ในปัจจุบันสุนัขพันธุ์บางแก้วถือว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าของจังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านนิยมเลี้ยงกันแทบจะทุกครัวเรือน ปัจจุบันมีผู้นิยมนำไปเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ

ลักษณะทั่วไป :
เป็นสุนัขขนาดกลาง โครงสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัดส่วนที่กลมกลืน ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการเลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว

สัดส่วนที่สำคัญ
ความยาวของลำตัว : ความสูงที่ไหล่ = 1: 1
ความลึกของหน้าอก : ความสูงที่ไหล่ = 1: 2

พฤติกรรม / อารมณ์
ตื่นตัว ร่าเริง รักเจ้าของ เชื่อมั่นในตัวเอง จิตประสาทมั่นคง ไม่ขลาดกลัว ซื่อสัตย์
หวงแหนทรัพย์สิน ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ สามารถฝึกใช้งานได้

หัว ส่วนหัว

  • กะโหลก : ค่อนข้างใหญ่ ได้สัดส่วนกับลำตัว
  • สต็อป : มีมุมหักเล็กน้อย
ส่วนใบหน้า
  • จมูก : สีดำ ขนาดได้สัดส่วนกับปาก
  • สันจมูก : ตรงและยาวพอสมควร
  • กรวยปาก : ยาวปานกลาง โคนปากใหญ่เรียวจรดปลายจมูก
  • ริมฝีปาก : แนบสนิท มีสีเข้ม
  • ปาก : มีสีขาวรอบกรวยปาก (เรียกว่า ปากคาบแก้ว) เป็นที่พึงประสงค์
  • ขากรรไกร : ขบกันแนบสนิทแบบกรรไกร (Scissor Bite) โดยปลายฟันหน้าด้านล่างแตะโคนด้านในของฟันบน อนุโลม ให้ฟันๆ ขบ เสมอกันพอดี (Level Bite)
  • ฟัน : เล็ก และแหลมคม สุนัขโตควรมีฟันครบ 42 ซี่
  • ตา : เล็กคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ (Almond) มีสีดำและสีน้ำตาล
  • หู : เป็นรูปสามเหลี่ยม มีขนาดเล็กได้สัดส่วนกับหัว ตั้งป้องไปข้างหน้า มีขนอ่อนที่กกหูและหลังใบหู
  • คอ : ใหญ่ ล่ำสัน รับกับหัว และช่วงไหล่มีแผงขนยาวรอบคอ
ลำตัว
  • หลัง : เส้นหลังตรง
  • เอว : แข็งแรงและกว้าง
  • บั้นท้าย : ใหญ่และแข็งแรง ส่วนหลังมีขนยาวลามมาจนถึงข้อขาหลังท่อนบน
  • อก : กว้าง และลึกได้ระดับเดียวกับข้อศอก โครงกระดูกหน้าอกมีลักษณะเป็นรูปวงรี
  • เส้นล่าง : ท้องเว้าไม่มาก
  • หาง : โคนหางใหญ่ ขนหางเป็นพวง ปลายโค้งเข้าหาเส้นหลัง
ขา ช่วงหน้า
  • ไหล่ : ลาดเอียงพอประมาณและมีกล้ามเนื้อแข็งแรง
  • ขาหน้า : ใหญ่กว่าขาหลัง เวลายืนเหยียดตรง และขนานกัน หลังขามีขนยาว ลักษณะคล้ายแข้งสิงห์
  • ข้อขาหน้า : ข้อเท้าสั้นทำมุมเฉียงเล็กน้อย
  • เท้า : อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า
ช่วงหลัง
  • ขาหลัง : เล็กกว่าขาหน้า เวลายืนทำมุมพอเหมาะ
  • ข้อเท้า : ทำมุมพอเหมาะกับหัวเข่า
  • ข้อขาหลัง : ตั้งได้ฉากกับพื้น มองทางด้านหลัง ขนานกัน
  • เท้า : อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า\
  • การย่างก้าว : คล่องแคล่วและทรงพลัง มองด้านข้าง ขาหน้าและหลังสอดประสานอย่างกลมกลืนเส้นหลังตรงระนาบ หัวและหางชู ขึ้นอย่าสวยงาม มองทางด้านหน้า ขาหน้าและขาหลังไม่แสดงอาการปัด หรือแกว่ง
ขนและสี
  • ขน : ยาวปานกลาง มี 2 ชั้นๆในละเอียดนุ่ม ชั้นนอกเส้นใหญ่เหยียดตรง ยาวคลุมบริเวณแผ่นหลัง
  • สี : ขาว – น้ำตาล, ขาว – ดำ, ขาว – เทา
  • ขนาด : ความสูงที่เหมาะสม วัดที่ไหล่
    : เพศผู้ 19-21 นิ้ว (46-56 ซม)
    : เพศเมีย 17-19 นิ้ว (41-51 ซม)
    อนุโลมให้ขาด-เกินได้ หนึ่งนิ้ว (2.5 เซนติเมตร)
ข้อบกพร่อง
  • ตา หรือ จมูกมีสีอ่อน
  • หางไพล่
  • ไม่มีแผงขนรอบคอ
  • ไม่มีแข้งสิงห์
  • หูใหญ่
  • ปากใหญ่
  • ตากลมโต
  • หลังโก่ง
  • หลังแอ่น
  • ขนาดใหญ่ – เล็ก เกินกว่ามาตรฐานกำหนด
ความบกพร่องที่ต้องคัดออก
  • ขนสั้นเกรียน
  • หางกุด
  • หูไม่ตั้ง
  • ฟันบนยื่นล้ำฟันล่าง (Overshot), ฟันล่างยื่นล้ำฟันบน (Undershot)
  • ฟันขาดเกิน 3 ซี่
  • หางม้วนงอ
  • หางไม่เป็นพวง
  • ความผิดปกติทางจิตประสาท

หมายเหตุ : สุนัขเพศผู้ควรมีลูกอัณฑะครบสองลูกอยู่ในถุงอัณฑะ

คำอธิบายคำศัพย์

  • Bow-hocked ส้นเท้ากางออกจากกันเป็นผลให้ปลายเท้าบิดเข้า
  • Cow-hocked ส้นเท้าบิดเข้าหากันเป็นผลให้ปลายเท้าบิดออก
  • Close behind ขาหลังบีบตัวเข้าหากันตั้งแต่โคนขาลงมาถือว่าเป็นข้อบกพร่องของการวิ่งชนิดหนึ่ง
  • Crossing over การวิ่งที่ผิดปกติเนื่องจากข้อศอกบิด เป็นผลทำให้เท้าหน้าไขว้กัน ซึ่งเรียกเป็นอย่างอื่นว่า weaving,knitting
  • Level bite ลักษณะการสบของฟันแบบ ปลายฟันหน้าบนแตะปลายฟันหน้าล่างพอดี
  • Out at elbows ข้อศอกกางออกเป็นผลทำให้ปลายเท้าหันเข้าหากัน
  • Overshot bite ลักษณะการสบของฟันแบบ ฟันหน้าบนยื่นล้ำฟันหน้าล่าง
  • Paddling การวิ่งทีผิดปกติเนื่องจากการแกว่งตัวของข้อศอกเป็นผลทำให้ปลายเท้าเหวี่ยงออกด้านนอกซึ่งเรียกเป็นอย่างอื่นว่า tied at elbows
  • Scissors bite ลักษณะการสบของฟันแบบ ปลายฟันหน้าด้านล่างสัมผัสด้านในของฟันหน้าด้านบน
  • Side-winding อาการวิ่งที่ผิดปกติเนื่องเท้าหลังสอดเกยเท้าหน้าขณะเร่งความเร็วเพิ่มขึน และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการปะทะกันดังกล่าว จึงเป็นผลให้การเคลื่อนที่เป็นลักษณะเฉียง อาการเช่นนี้เป็นผลมาจากการที่จังหวะเท้าสัมผัสพื้นระหว่างเท้าหน้ากับเท้าหลังไม่สัมพันธ์กัน และอาจมาจากสาเหตุที่สุนัขมีขาหลังที่ยาวเกินไป
  • Single track รอยเท้าเดี่ยว คือ ลักษณะการย่างก้าวที่ปลายเท้าทั้งสองข้างชิดเข้าหากันและสัมผัสพื้นเป็นแนวเส้นตรงข้างใต้ลำตัวเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดรอยเท้าเป็นเส้นตรงเส้นเดียว
  • Straight normal การเตะขาที่ถูกต้อง เท้าไม่บิดไปข้างใดข้างหนึ่ง
  • Stop มุมระหว่างหน้าผากกับสันจมูก
  • Undershot bite ลักษณะการสบของฟันแบบ ฟันหน้าล่างยื่นล้ำฟันหน้าบน
Powered by MakeWebEasy.com